เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว ( 26 – 27 พ.ย. )
ไปจัด workshop กับดีลเลอร์ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ ประจวบเหมาะเป็นวันพฤหัส – ศุกร์
ได้โอกาสขออยู่เที่ยวต่ออีกวัน หนูนาอยากขึ้นดอย นอนบนดอย ก็เลยจัดมาให้เสร็จสรรพ
พออาทิตย์ที่จะเดินทาง อากาศเกิดหนาวขึ้นมาซะดื้อ ๆ สติก็พลันกลับมา จะนอนกันไหวมั้ยบนดอยอินทนนท์
แต่สติมาในเวลาที่สายไปแล้ว โอนเงินค่าที่พัก Intanont Eco Hut ไปแล้วเรียบร้อย
งานนี้เป็นไงก็เป็นกัน… – -”
แต่ด้วยความประมาท เสื้อที่เอาไปเลยเป็นเสื้อแจ๊คเก็ตไหมพรมธรรมดา
พี่ไก่และพี่เกียง เจ้าของดีลเลอร์นครพิงค์ใจดี ให้ยิมเสื้อหนาวอย่างหนา 3 คน ไปขนเค้ามา 5 ตัว
และยังได้ Vigo 2.5 VN Turbo มาขับแรง ๆ ขึ้นดอยอีกด้วย
ข้อเสียของการใช้กระบะไปเที่ยว ก็มี คือ เวลาจะจอดรถที่ไหน เราต้องคอยขนของจากท้ายกระบะ
เข้ามาเก็บไว้ในตัวรถ ไม่งั้นอาจโดนยกเค้ากระเป๋าได้ ( แต่เหนื่อยน่าดูเลยหละ )
เสร็จงาน ก็ขับรถขึ้นดอยอินทนนท์กันทันที ขึ้นไปถึงเกือบเย็น
ขึ้นมาคราวนี้ แตกต่างกับคราวที่แล้วโดยสิ้นเชิง วันนี้ท้องฟ้าใส เห็นทิวทัศน์ต่าง ๆ ชัดเจน
ไม่ใช่หมอกหนา ที่มาพร้อมละอองฝนอย่างเมื่อ 2 ปีก่อน

พอแดดร่มลมตก ก็เข้าที่พัก Intanont Eco Hut เป็นที่พักของอุทยาน
ได้บ้าน “ถ้ำบริจินดา” ทำภายนอกเป็นเหมือนถ้ำหิน มี 2 ห้องนอน ห้องน้ำในตัว
พอดี พี่มัสห้องนึง นก-นาห้องนึง ในบ้านอุ่นดี คืนนี้คงไม่หนาว
แต่ห้องน้ำบรื๋ออออใช้ได้ ใช้แก๊ซทำน้ำร้อน เนื่องจากอากาศหนาวจัด

ตกค่ำแล้ว ไม่มีอะไรให้ทำ ออกไปทานข้าวต้มกันที่ร้านหน้าอุทยาน
กลับมา ก็นั่งเล่น เปิดคอมอัพรูปใน facebook กันนิดหน่อย
3 ทุ่มก็นอนละ ดีเหมือนกัน เพราะภารกิจวันรุ่งขึ้น คือตื่นตี 5
ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน
พอตี 5 ตื่นมาแข็งใจล้างหน้าแปรงฟัน หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ขับรถไปดูพระอาทิตย์ขึ้น จะบอกว่าค่อนข้างอันตรายทีเดียว รถจอดตากน้ำค้างไว้
เป็นไอฝ้าที่กระจกไม่ยอมหาย บวกกับทางมืดสนิท ต้องใช้ความระมัดระวังทีเดียว
มาถึงบริเวณจุดชมวิว ก็เริ่มมีคนมาจับจองพื้นที่กันบ้างแล้ว
สามคนก็เลยไปหาที่นั่งรอริมผาบ้าง หนาวมือแข็ง หูหาย หน้าไร้ความรู้สึก
อุณหภูมิเช้าวันนี้ อยู่ที่ 5 องศา

ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นสมใจแล้ว ก็ต้องไปต่อที่ทะเลหมอกตามระเบียบ
แต่หมอกไม่เยอะ ไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่ เห็นแค่ไกล ๆ เท่านั้น

ถ่ายรูปจนพอใจ ก็ไปหามาม่าคัพร้อน ๆ กินกัน กาแฟร้อน ตบท้ายด้วยขนมปังปิ้ง
แล้วก็กลับไปเตรียมตัว กลับลงเชียงใหม่
แวะทานข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม ที่สาขาหางดง แล้วมุ่งหน้าไปราชพฤกษ์
เค้ากำลังเตรียมจัดงานตอนต้นเดือนธันวาคม แต่ก็เข้าไปชมได้
แต่ละสวน เหลือเพียงสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งไว้ แต่แทบไม่เหลือดอกไม้อะไรเลย
เลยได้แต่นั่งรถรางชมรอบงาน เดินดูคงไม่คุ้ม ได้ยินว่า
อีก 2-3 ปี (ปีไหน จำไม่ได้) จะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ไว้ค่อยกลับไปชม

ทำเวลาต่ออย่างรวดเร็ว จุดหมายต่อไปคือ ดอยสุเทพ วันนี้เลือกใช้บริการลิฟท์ (กระเช้า)
แทนการเดิน ขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการบูรณะ
และเนื่องจากเวลากระชั้นเข้ามา ไฟลท์กลับตอน 5 โมง 40 เลยจำต้องทิ้ง
พระตำหนักภูพิงค์ฯ และบ้านม้งดอยปุย เอาไว้ก่อน เดี๋ยวจะตกเครื่อง
ลงไปซื้อเค้กร้าน Montblanc และชอปปิ้งของฝากที่กาดต้นพยอม
แล้วไปคืนรถ Vigo คันเก่งที่ดีลเลอร์ แพ็คของฝากใส่กล่อง
แล้วรีบรุดไปสนามบิน วิ่งกันหน้าตั้งอีกแล้ว ขึ้นเครื่องแบบกระหืดกระหอบ
งวดนี้เที่ยวไม่ครบไม่เป็นไร เดี๋ยวทริปช่วงปีใหม่ก็กลับมาอีก
เชียงใหม่นี่ เที่ยวได้ไม่รู้เบื่อจริง ๆ … อยากไปอยู่เชียงใหม่ :p