เพิ่งเห็นว่าลืม publish เขียนไว้แต่ต้นปี – -”
ทริปปีใหม่ปีนี้ หนีอากาศร้อนไปหาความหนาวตามธรรมเนียม
เลยได้ไปเยี่ยมเมืองปายอีกครั้งอย่างที่หัวใจแอบเรียกร้อง แถมมาด้วยปางอุ๋ง
ไม่เคยไป แต่ได้ยินคำร่ำลือมาว่าสวยมากมาย ชอบจังได้เห็นธรรมชาติสวย ๆ
25 ธ.ค. 52
ออกเดินทางในเย็นวันศุกร์ โดยบริการรถตู้ (เนื่องจากจำนวนคนพอดิบ พอดี)
สมาชิก 11 คน นก แจน พี่ติ เวสม์ ทิว ลูกนัท บอม น้องจอย อาร์ท แป้ง และก้อง
คนสุดท้ายน่าโดนเตะมาก หลอกทุกคนมาตลอดว่าไม่ไป แต่โผล่มาพร้อมพี่ติ
ในเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมพี่ติ ที่ตามมาทีหลัง (เพราะรอมาพร้อมก้อง)
นึกว่าคนอื่นเค้าจะเดาไม่ออกเหรอคะ
ล้อหมุนจาก HO2 ราวทุ่มสิบห้า ไม่ได้แวะทานข้าวที่ไหน นอกซะจากปั๊ม
เพราะกินข้าวห่อ ที่เหลือมาจากงานเลี้ยงมื้อกลางวันกันแล้ว
ถึงโรงแรม S.B. ที่เชียงใหม่ ตอนตี 3 ได้ห้องเรียบร้อยก็กระโดดขึ้นเตียงทันที
จะเช้าอยู่แล้ว ไว้อาบน้ำทีเดียว ฮี่ ๆ
26 ธ.ค. 52
ตอนเช้าแวะทานโจ๊กต้นพยอม แล้วมุ่งหน้าสู่ขุนแม่ยะ
ไปดูดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่ได้ข่าวมาว่า ตอนนี้บานแค่ 40%
การเดินทางไปขุนแม่ยะ เราต้องนั่งรถกระบะ 4WD ต่อเข้าไป เนื่องจากทางเป็นเขาชันมาก
ฝุ่นเยอะ หนุ่ม ๆ ท้ายกระบะ เลยได้สีผมใหม่เป็นของแถม
ถึงดอกจะบานไม่มาก แต่ก็พอมีดอกสีชมพูเล็ก ๆ บานไปทั่ว ถึงจะไม่สะพรั่งเท่าที่เห็นในรูป
อากาศดี มีคนมากางเต้นท์นอนกันพอสมควร
กระโดดโลดเต้น เล่นกายกรรมกันไป ชิล ๆ จนโจ๊กเมื่อเช้าย่อยไปหมดแล้ว
แถมแถวนั้นไม่มีอะไรกินเลย เป็นดังนั้น ก็รีบขึ้นปายกันดีกว่า
แล้วก็เลยได้เสบียงขนมบนรถช่วยชีวิตกันไว้
แวะสะพานประวัติศาสตร์ปายกันก่อน ทำใหม่ ไม่เป็นประวัติศาสตร์ซะแล้ว
และก็ต้องเซ็งกัน กับความหนาแน่นของผู้คน โอ้…ปายอันเงียบสงบของฉันหายไปไหน
แถมมีป้ายให้ถ่ายรูป ที่ระลึกจากหนัง “ปายอินเลิฟ” คนก็เยอะได้อีก
ขี้เกียจถ่ายรูป เลยกินหมูยอนึ่ง พร้อมไส้อั่วข้าวเหนียวไปพลาง เพลินกว่ากันเยอะ
แถวหน้าร้านกาแฟ ก็มีพร็อพนู่นนี่ให้ถ่ายรูป ทั้งรถยนต์ จักรยาน ตู้ไปรษณีย์ ลุงบุรุษไปรษณีย์
ถ่ายจนพอแล้ว ก็เข้าที่พัก “บ้านโดนัท” พี่ติออกตัวไว้แต่แรก ว่าอย่าคาดหวังมาก
ตอนจอง ที่พักในปายเต็มหมดแล้ว พอดีเป็นช่วงที่มีคอนเสิร์ตที่ Coffee in Love พอดี
ก็ไม่ได้ดี แต่ก็ยังไม่แย่ขนาดจะอยู่ไม่ได้
เราไม่ได้อยู่กระท่อมนี้นะ อยู่บ้านเป็นหลัง ๆ คนที่นอนเป็นเวสม์กับพี่ติ ไม่มีห้องน้ำในตัว
แต่บ้านที่คนอื่น ๆ อยู่มีนะ พอกลางคืน เค้ามีจุดกองไฟไว้ให้ผิงอุ่น ๆ ด้วย
มื้อค่ำวันนี้ ที่ “ครัวเบญจรงค์” ร้านอาหารแบบว่าอาร์ท ที่ไม่ต้อนรับลูกค้าใจร้อน
พ่อครัวมีคนเดียว ห้ามเร่ง ด้วยเค้าว่าการทำอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง
ดังนั้น จงอดทนรอ ฮ่า ๆ แต่ว่าอาหารของเค้าก็อร่อยคุ้มค่าการรอคอยนะ
อิ่มแล้วก็ไปต่อที่ถนนคนเดิน ได้เสื้อ ได้ของฝากที่ออฟฟิซ
เดิน ๆ อยู่ไฟดับด้วย คงเพราะที่คอนเสิร์ตใช้ไฟเยอะ ไฟเลยไม่พอ
ซักพักก็กลับ ก่อนนอนก็ได้ปล่อยโคมกัน 2 อัน เล็ก-ใหญ่
27 ธ.ค. 52
เริ่มวันใหม่ด้วยไข่กะทะ พร้อมกาแฟร้อน ที่ All about coffee ชิลอีกแล้ว
บางส่วนแยกตัวไปกินโจ๊ก อิ่มแล้วก็แวะดูนั่น ซื้อนี่ ได้โปสการ์ด กระเป๋าผ้า magnet
แล้วก็ต้องไม่ลืมส่งโปสการ์ด เหมือนเป็นธรรมเนียมต้องปฏิบัติ
จุดหมายต่อไป คือวัดน้ำฮู ไหว้พระและทำสังฆทาน จากนั้นก็ไป
หมู่บ้านสันติชล ของชาวจีนยูนนาน เป็นศูนย์วัฒนธรรม
ที่เราจะได้เห็นรูปแบบการใช้ชีวิต สิ่งก่อสร้าง รวมไปถึงอาหารด้วย
แวะเล่นชิงช้ากันก่อน ไม่เห็นจะหวาดเสียวอย่างที่คิด แล้วก็อุ้มแพะ ที่เค้าติดป้ายไว้ว่า “สะอาดและน่ารก”
อาหารจีนอร่อยดี ในเซ็ทมีประมาณ 10 อย่าง อิ่มจนจุก
ออกจากปายจริง ๆ และ มุ่งหน้าสู่ปางอุ๋ง แต่ระหว่างทางก็มีแวะถ่ายรูปที่ดอยกิ่วลม
เด็ก ๆ ชาวเขาแก้มแดง น่ารักเชียว แต่หนู ๆ ตั้งหน้าไถตังค์พวกพี่ท่าเดียว
ด้วยคำพูดที่ว่า “พี่ ๆ ถ่ายรูปกับพวกหนูมะคะ แล้แต่จาห้า” ฮ่า ๆ “ส่าหมวกก้อด้านะ”
ก็ช่วยหนู ๆ กันไปคนละแชะ สองแชะ
จากนั้นก็ต้องทำเวลากันนิดหน่อย ปางอุ๋งนี่ต้องขึ้นไปก่อน 1 ทุ่ม เค้าจะปิด
แล้วก็ต้องมีหลักฐานการจองที่พักด้วย ไม่งั้นเข้าไม่ได้ เค้าจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าปางอุ๋ง
ซึ่งดีนะ สถานที่ไม่โทรมเร็ว แถมคนไปเที่ยวก็ไม่ต้องเจอคนแบบล้นทะลัก
แต่จะว่าไป guesthouse ที่นี่ก็มีเยอะ คนก็เลยไม่น้อยเท่าไหร่หรอก
แวะอุทยานแห่งชาติถ้ำปลาก่อนขึ้นปางอุ๋ง
ปลาที่อยู่ในนี้ เป็นปลาโบราณ ดูจากรูปพรรณก็ใช่อยู่ แถมกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ
เค้าว่าตาบอดด้วย เพราะว่าไม่มีแสงเข้าไปในถ้ำ แถมปลาที่นี่ยังกินผลไม้อีกด้วยนะ แปลกดี
เดิน ๆ ดูแบบทำเวลา แล้วก็ต้องรีบออก
ไปถึงปางอุ๋งเวลาโพล้เพล้ ยังพอถ่ายรูปได้บ้าง แต่ทีเด็ดจริง ๆ ก้ต้องเป็นตอนพระอาทิตย์ขึ้น
ที่พักบนปางอุ๋งเป็น home stay ดิบใช้ได้ บ้านที่เราได้พักในตอนแรก
เป็นบ้านมุงจาก นอนฟูกกับพื้น ทั้งห้องมีไฟเล็ก ๆ ดวงเดียว แต่ในห้องน้ำไม่มี
ต้องใช้จุดเทียนเอา สยองใช้ได้ทีเดียว แต่ก็ยังโชคดี
ที่ตอนไปกินข้าวเย็น ที่โฮม สเตย์ ลุงปาละ ที่นั่นมีคนแคนเซิลไม่มาพัก
(ความจริงก็จองที่นี่แหละ แต่สงสัยเต็ม เลยไปหาห้องที่อื่นให้)
เลยได้ย้ายมานอนที่นี่ ไม่ได้ดีกว่ามาก แค่เป็นบ้านปูน มีเตียงยาว
คืนนั้นนอนอัดกันไป 9 คน ยิ่งกว่าปลากระป๋อง ในรูปนี่ไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร
ที่นี่ไม่มีน้ำอุ่น หลายคนก็เลือกจะซักแห้ง งิงิ น้ำเย็นยะเยือกมาก ๆ
ให้เอาเท้าเหยียบห้องน้ำ ยังต้องทำใจอยู่นาน
แล้วก็เป็นคืนที่นอนเร็วอีกแล้ว ไม่มีอะไรให้ทำ นั่งอยู่รอบกองไฟกับเค้าแป๊บนึงก็นอน
ซึ่งดีแล้ว เพราะต้องตื่นมารอพระอาทิตย์ราว ๆ ตี 5 ครึ่ง
27 ธ.ค. 52
บอกแล้วว่าต้องตื่นเช้าตรู่ ไปดูพระอาทิตย์บริเวณอ่างเก็บน้ำ
ไปถึงประมาณ 6 โมงเช้า คนก็ล้นหลามซะแล้ว แต่เราว่างานนี้ หลาย ๆ คนคงรู้สึกผิดหวัง
เนื่องจากเมฆเยอะมาก จนฟ้าสว่างจ้าแล้วยังไม่มีใครเห็นดวงอาทิตย์
แล้วหมอกก็ไม่เยอะอย่างที่คิดไว้ ปางอุ๋งสำหรับเราเลยเฉย ๆ มาก ๆ
วันนี้เรารู้สึกแปลก ๆ ความจริงอากาศน่าจะต้องหนาว แต่เราร้อนจนเหงื่อแตก
เลยรีบเดินกลับมาที่บ้าน ปวดท้อง เข้าห้องน้ำไปที คิดว่าอาการน่าจะดีขึ้น
กินข้าว แล้วไปล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อเตรียมตัวกลับลงเชียงใหม่
ลงมาจากปางอุ๋งก็ไปเที่ยวถ้ำกันต่อ ต้องเดินขึ้นบันไดด้วย ตอนนี้แหละจะตายให้ได้
จะเป็นลม จนเดินต่อไม่ไหว พะอืดพะอม แล้วก็ไม่รอด ออกมาจนได้
เค้าไปทานอาหารจีนกันต่อ ก็อด เพราะกินไรไม่ได้เลย เค้าว่าอร่อยมากด้วยนะ T_T
จนกลับลงมาเชียงใหม่ แล้วก็ได้แต่นอน ไม่ได้ออกไปกินข้าว ได้ข้าวต้มจากเซเว่นประทังชีวิต
28 ธ.ค. 52
ตื่นมาอาการก็ดีขึ้น ได้คาร์บอนของอาร์ต คงได้ดูดสารพิษไปเพียบ
วันนี้เป็นวันสุดท้าย จะกลับกรุงเทพฯ แล้ว ว่าจะเข้าสวนสัตว์ แต่เห็นจำนวนรถแล้วยอมจำนน
ได้แค่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยแล้วก็กลับกทม.











Discussion
No comments yet.